วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การศึกษาการเตรียมและการทดสอบความบริสุทธิ์ทางเคมีรังสีของเทคนีเซีย

ที่ติดสลากกับสารกลุ่มฟลาโวนอยด์(Quercetin, Quercetrin and Rutin)  

     ชื่อผู้เขียน                              นายสรธัญ ชาญจระเข้
     ชื่อปริญญา                            วิทยาศาสตรบัณฑิต (รังสีเทคนิค)
     อาจารย์ที่ปรึกษา                    อาจารย์ ดร.วินิจ  ช้อยประเสริฐ





บทคัดย่อ

           อนุมูลอิสระ (free radical) และสภาวะความเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress) เป็นสาเหตุหลักของโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่นโรคมะเร็งและโรคหัวใจ ส่วน Flavonoids(Quercetin, Quercetrin and Rutin) เป็นสารพี่พบในธรรมชาติ  มีศักยภาพในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ การเตรียมและการประเมินผลการติดสลากของเทคนีเชียม-99m กับ Flavonoids (Quercetin, Quercetrin and Rutin)ซึ่งเป็นสารที่มีความสามารถในการเป็น radiotracer ไปจับกับสารอนุมูลอิสระ โดย 99mTc- Fla complex ถูกเตรียมขึ้นจาก Flavonoids (Quercetin, Quercetrin and Rutin)กับ SnCl2 และ Na99mTcO4        บ่มในสารละลายบัฟเฟอร์ เป็นเวลา 30นาที ประสิทธิภาพในการจับกันของคอมเพล็กซ์สามารถประเมินได้จากการหาค่าเปอร์เซ็นต์ Free 99mTcO-4    และความเสถียรของคอมเพล็กซ์สามารถหาได้จาก ความบริสุทธิ์ทางเคมีรังสี  radiochemical purity จากวิธีทางโครโมโทกราฟฟี Paper chromatography โดยใช้ normal saline solution                       เป็น mobile phase     ที่เวลาต่างๆกัน

บทนำ
          สารในกลุ่ม flavonoids เป็นสารธรรมชาติที่พบได้ทั่วไปในพืช สารเหล่านี้มีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยา คือมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง และต้านการ อักเสบ ในตรงกันข้ามสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกายก็ส่งผลให้เกิดภาวะความเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress)และโรคเรื้อรัง เช่นโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากสาเหตุที่กล่าวมานี้ผู้วิจัยจึงต้องการศึกษาการจับกันของเทคนีเซียมฟลาวานอยด์คอมเพล็กซ์ หาเปอร์เซ็นต์การจับของคอมเพล็กซ์ต่อ Free 99m TcO-4  ด้วยวิธีโครมาโทกราฟฟี่และหาความเสถียรในการจับกันของคอมเพล็กซ์ที่เวลา 1, 2, 3, 4 และ 8 ชั่วโมงตามลำดับ เป้าหมายของการศึกษานี้ก็เพื่อเตรียมและประเมินผลการจับของเทคนีเซียมกับสารกลุ่มฟลาวานอยด์(Quercetin, Quercetrin and Rutin)  ซึ่งสารดังกล่าวนี้เป็นสารที่มีศักยภาพในการไปจับกับอนุมูลอิสระในร่างกายและเป็นตัวบ่งชี้สภาวะความเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress)ได้ ทางผู้วิจัยมีความ คาดหวังว่างานวิจัยชิ้นนี้จะได้รับการศึกษาต่อยอดเป็นการศึกษาวิจัยแบบ In vivo และนำไปใช้ในทางคลินิกต่อไป

อุปกรณ์การทดลอง
1. Quercetin

2. Quercetrin

3. Rutin

4. Na99m TcO4-
5. SnCl2
6. Phosphate buffer solution (PBS)

7. Paper chromatography (whatman)

8. 0.9% NaCl saline solution

9. DMSO

10. Test tube

11. Forceps

12. Dose calibrator

13. Single probe
14. Survey meter

15. Micropipette

♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖

การเตรียม 99mTc-Flavonoids (Quercetin, Quercetrin and Rutin) complex
1. เตรียมสารละลาย Flavonoids (Quercetin,Quercitin,Rutin) ปริมาณ 500 µL โดยใช้ DMSO เป็นตัวทำละลาย (ความเข้มข้น 1 mg / ml)  
2. เตรียมสารละลาย SnCl2 + 0.9% NaCl saline solution
3. ผสมสารละลาย Flavonoids (Quercetin,Quercitin,Rutin)  500 µL (1 mg / ml) กับ SnCl2  + 0.9% NaCl saline solution 30 µL และสารละลายฟอสเฟตบัฟเฟอร์ 200 µL โดยผสมในขวดแก้วขนาด 5 มิลลิลิตร
4. เติม Na 99mTcO4-ปริมาณ 150  µL (~3.79 *108 Bq) ในสารละลายดังกล่าว
5. ผสมให้เข้ากันและเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 30 นาที
6.ตรวจสอบ99mTc- Flavonoids(Quercetin,Quercitin,Rutin) complex โดยใช้ thin layer chromatography(TLC)
7. ใช้กระดาษกรอง whatman เป็น fixed phase และใช้สารละลาย 0.9% NaCl saline ใช้เป็น mobile phase
8. 99mTc- Flavonoids(Quercetin,Quercitin,Rutin) complex จะไม่เคลื่อนที่และยังอยู่ที่จุด origin แต่ 99mTcO4- จะเคลื่อนที่ไปอยู่ด้านบนของแถบ
9.  Flavonoids(Quercetin,Quercitin,Rutin) ที่อยู่ในรูปอิสระจะเคลื่อนที่ไปอยู่ด้านบนของแถบกับสารละลายที่มีขั้ว (ในที่นี้ใช้ 0.9% NaCl saline solution)
10. แต่ metal-complexes ของ Flavonoids(Quercetin,Quercitin,Rutin)  ยังคงอยู่ที่จุด origin และไม่เคลื่อนที่
11. สีเหลือง-เขียวของ Flavonoids(Quercetin,Quercitin,Rutin) สังเกตเห็นได้ง่ายที่จุด origin ซึ่งแสดงให้เห็นคอมเพล็กซ์ระหว่าง Flavonoids(Quercetin,Quercitin,Rutin)  กับเทคนีเชียม
13. ตัดแถบ Thin layer chromatography (whatman) แบ่งเป็นสองส่วนความยาวเท่าๆกัน แล้วนำไปวัดกัมมันตภาพรังสีด้วยเครื่อง  Dose calibrator
14. นำค่าที่ได้ไปหาค่าเปอร์เซ็นต์ Free 99mTcO-4  แล้วบันทึกผล
15. ทำการทดลองซ้ำจำนวนสามครั้งเพื่อหาความแปรปรวน


♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖

ความเสถียรของ99mTc- Flavonoids 
(Quercetin, Quercetrin and Rutin) complex 
ใน phosphate buffer saline(PBS)
ความเสถียรของ 99mTc-Fla complex ถูกกำหนดโดยระยะเวลาที่ใช้ในการบ่มสารละลายใน phosphate buffer saline 
เวลาที่แตกต่างกัน คือ 1, 2, 4, และ 8 ชั่วโมง โดยเติมสารละลาย 99mTc-Fla complex ปริมาณ 100 µL  ใน phosphate
buffer saline(PBS) 1 มิลลิลิตร แล้วนำส่วนผสมที่ได้นี้ปริมาณ 10 µL ไปหยดใส่แถบ Paper chromatography แล้วหาค่า
เปอร์เซ็นต์เยลด์ของ 99mTc-Fla complex กับ Free 99mTcO-4  


♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖


ผลการทดลอง
ผลจากการทำ Paper Chromatography พบว่าประสิทธิ์ภาพในการจับกันของ99mTc- Flavonoids  
(Quercetin, Quercetrin and Rutin) complex โดยวัดหลังจากผสมสารแล้วทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 30 นาที 
ดยแบ่งออกเป็น
1.การวัดประสิทธิภาพการจับกันของ 99mTc-quercetin complex ด้วย


        1.1 เครื่อง Dose calibrator
    กราฟแสดงความเสถียรของ 99mTc-quercetin ใน phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Dose calibrator

-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับ 65%
-ที่เวลา 1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 45% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range)  
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา 2 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นจากเวลา 1 ชั่วโมงประมาณ 25 % ทำให้มีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่  
70%
-ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 55%
-ที่เวลา 8 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 40%
-ที่เวลา 8 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 40%
-ที่เวลา 12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 55%
-และที่เวลา 24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 50%
      
    1.2 เครื่อง Single Probe
 กราฟแสดงความเสถียรของ 99mTc-quercetin ใน phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Single Probe

-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับประมาณ 75%
-ที่เวลา 1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 40% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range)  
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา 2 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 75%
-ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 50%
-ที่เวลา 8 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 25%
-ที่เวลา 12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 60%
-และที่เวลา 24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 55%


        1.3 เครื่อง Survey meter
ภาพที่แสดงความเสถียรของ 99mTc-quercetin ใน phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Survey meter

-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับมากกว่า 80% แต่ไม่ถึง 85%
-ที่เวลา 1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 45% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range) 
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา 2 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 75%
 -ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50%
-ที่เวลา 8 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมากจนถึงระดับ 15%
-ที่เวลา 12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 35%
-และที่เวลา 24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับมากกว่า 45% แต่ไม่เกิน 50%

2. การวัดประสิทธิภาพการจับกันของ 99mTc-quercetrin complex ด้วย
        
2.1 เครื่อง Dose calibrator
ภาพที่แสดงความเสถียรของ 99mTc-quercetrin ใน phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Survey meter

-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับ 80%
-ที่เวลา 1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 55% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range) 
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา 2 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเท่าเดิมคือประมาณ 55%
 -ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 60%
-ที่เวลา 8 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75%
-ที่เวลา 12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 65%
-และที่เวลา 24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 50%

  
2.2 เครื่อง Single Probe
ภาพที่แสดงความเสถียรของ 99mTc-quercetrin ใน phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Single Probe

-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับ 80%
-ที่เวลา 1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 55% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range) 
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา 2 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเท่าเดิมคือประมาณ 55%
 -ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 60%
-ที่เวลา 8 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75%
-ที่เวลา 12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 65%
-และที่เวลา 24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 50%


         2.3 เครื่อง Survey meter
ภาพที่แสดงความเสถียรของ 99mTc-quercetrin ใน phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Survey meter

-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับ 80%
-ที่เวลา 1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 55% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range) 
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา 2 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเท่าเดิมคือประมาณ 55%
 -ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 60%
-ที่เวลา 8 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75%
-ที่เวลา 12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 65%
-และที่เวลา 24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 50%


3. การวัดประสิทธิภาพการจับกันของ 99mTc-rutin complex ด้วย

        3.1 เครื่อง Dose calibrator
ภาพที่แสดงความเสถียรของ 99mTc-rutin ใน phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Dose calibrator

-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับ 80%
-ที่เวลา 1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 55% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range) 
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา 2 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเท่าเดิมคือประมาณ 55%
 -ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 60%
-ที่เวลา 8 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75%
-ที่เวลา 12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 65%
-และที่เวลา 24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 50%

       
 3.2 เครื่อง Single Probe

ภาพที่แสดงความเสถียรของ 99mTc-rutin ใน phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Single Probe

-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับ 80%
-ที่เวลา 1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 55% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range) 
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา 2 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเท่าเดิมคือประมาณ 55%
 -ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 60%
-ที่เวลา 8 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75%
-ที่เวลา 12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 65%
-และที่เวลา 24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 50%


         3.3 เครื่อง Survey meter
ภาพที่แสดงความเสถียรของ 99mTc-rutin ใน phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Survey meter

-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับ 80%
-ที่เวลา 1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 55% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range) 
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา 2 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเท่าเดิมคือประมาณ 55%
 -ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 60%
-ที่เวลา 8 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75%
-ที่เวลา 12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 65%
-และที่เวลา 24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 50%













♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖

สรุปผลการทดลอง
ผลจากการทำ Paper chromatography แสดงให้เห็นว่าสารเภสัชรังสีที่เตรียมขึ้นทั้งสามชนิด มีเปอร์เซ็นต์การจับต่ำกว่า 90% และมีค่าช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน (error range) ของข้อมูลมีค่าค่อนข้างสูง ความเสถียรของการจับกันมีค่าลดลงเมื่อเวลามากขึ้น
และเมื่อนำคอมเพล็กซ์ทั้งสามมาวัดค่าการดูดกลืนแสงด้วยเครื่อง Spectrophotometer ได้เสปกตรัมเหมือนกับสารตั้งต้น แต่พบว่ามีค่าการดูดกลืนแสงน้อยกว่า ทำให้สามารถอธิบายได้ว่าสารกลุ่ม Flavonoids (Quercetin, Quercetrin and Rutin) สามารถเกิดคอมเพล็กซ์กับ 99mTc ได้จริง
เทคนิเตียมที่จับกับสารกลุ่มฟลาโวนอยด์(เคอซิติน เคอซิตริน และรูติน)จะหลุดออกจากกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลานานขึ้น
สารมีการจับกันคอนข้างดีที่เวลา 2 ชม.หลังจากเตรียมสารเสร็จสำหรับเคอซิติน  8 ชม. สำหรับเคอซิตริน  และที่เวลาเริ่มต้น (t=0)สำหรับรูติน



♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖
อภิปรายผลการทดลอง
การที่สารกลุ่มฟลาโวนอยด์สามารถหลุดออกจากเทคนิเตียมได้ นำไปสู่แนวคิดที่จะใช้สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ไปร่วมรักษากับการให้ยาเคมีบำบัด
เราสามารถติดสารที่จำเพาะต่ออวัยวะเข้ากับเทคนิเตียมฟลาโวนอยด์คอมเพล็กซ์เพื่อให้เข้าไปร่วมรักษากับการให้ ยาเคมีบำบัด กับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งได้
โดยสารกลุ่มฟลาโวนอยด์จะหลุดออกจากเทคนิเตียมแล้วไปอยู่ในเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งที่ปั้มยาออกจากเซลล์ปั้มยาออกไม่ได้ ทำให้การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดได้ผลดียิ่งขึ้น