การศึกษาการเตรียมและการทดสอบความบริสุทธิ์ทางเคมีรังสีของเทคนีเซีย
ที่ติดสลากกับสารกลุ่มฟลาโวนอยด์(Quercetin, Quercetrin and Rutin)
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต (รังสีเทคนิค)
อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ ดร.วินิจ ช้อยประเสริฐ
บทคัดย่อ
อนุมูลอิสระ (free radical) และสภาวะความเครียดออกซิเดชัน
(oxidative stress) เป็นสาเหตุหลักของโรคเรื้อรังหลายชนิด
เช่นโรคมะเร็งและโรคหัวใจ ส่วน Flavonoids(Quercetin, Quercetrin and Rutin) เป็นสารพี่พบในธรรมชาติ มีศักยภาพในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ
การเตรียมและการประเมินผลการติดสลากของเทคนีเชียม-99m กับ Flavonoids (Quercetin, Quercetrin and Rutin)ซึ่งเป็นสารที่มีความสามารถในการเป็น radiotracer ไปจับกับสารอนุมูลอิสระ โดย 99mTc- Fla complex ถูกเตรียมขึ้นจาก Flavonoids (Quercetin, Quercetrin and Rutin)กับ SnCl2
และ Na99mTcO4 บ่มในสารละลายบัฟเฟอร์ เป็นเวลา 30นาที ประสิทธิภาพในการจับกันของคอมเพล็กซ์สามารถประเมินได้จากการหาค่าเปอร์เซ็นต์ Free 99mTcO-4 และความเสถียรของคอมเพล็กซ์สามารถหาได้จาก
ความบริสุทธิ์ทางเคมีรังสี radiochemical purity จากวิธีทางโครโมโทกราฟฟี Paper chromatography โดยใช้ normal saline solution เป็น mobile phase ที่เวลาต่างๆกัน
บทนำ
สารในกลุ่ม flavonoids เป็นสารธรรมชาติที่พบได้ทั่วไปในพืช
สารเหล่านี้มีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยา คือมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
ต้านมะเร็ง และต้านการ อักเสบ ในตรงกันข้ามสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกายก็ส่งผลให้เกิดภาวะความเครียดออกซิเดชัน
(oxidative stress)และโรคเรื้อรัง
เช่นโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด
เนื่องจากสาเหตุที่กล่าวมานี้ผู้วิจัยจึงต้องการศึกษาการจับกันของเทคนีเซียมฟลาวานอยด์คอมเพล็กซ์
หาเปอร์เซ็นต์การจับของคอมเพล็กซ์ต่อ Free 99m TcO-4
ด้วยวิธีโครมาโทกราฟฟี่และหาความเสถียรในการจับกันของคอมเพล็กซ์ที่เวลา 1, 2, 3, 4 และ
8 ชั่วโมงตามลำดับ
เป้าหมายของการศึกษานี้ก็เพื่อเตรียมและประเมินผลการจับของเทคนีเซียมกับสารกลุ่มฟลาวานอยด์(Quercetin, Quercetrin and Rutin) ซึ่งสารดังกล่าวนี้เป็นสารที่มีศักยภาพในการไปจับกับอนุมูลอิสระในร่างกายและเป็นตัวบ่งชี้สภาวะความเครียดออกซิเดชัน
(oxidative stress)ได้ ทางผู้วิจัยมีความ คาดหวังว่างานวิจัยชิ้นนี้จะได้รับการศึกษาต่อยอดเป็นการศึกษาวิจัยแบบ
In vivo และนำไปใช้ในทางคลินิกต่อไป
อุปกรณ์การทดลอง
1. Quercetin
2. Quercetrin
3. Rutin
4. Na99m TcO4-
5. SnCl2
6. Phosphate buffer solution (PBS)
7. Paper chromatography (whatman)
8. 0.9% NaCl saline solution
9. DMSO
10. Test tube
11. Forceps
12. Dose calibrator
13. Single probe
14. Survey meter
15. Micropipette
♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖
การเตรียม 99mTc-Flavonoids (Quercetin, Quercetrin and Rutin) complex
1. เตรียมสารละลาย Flavonoids (Quercetin,Quercitin,Rutin) ปริมาณ 500 µL โดยใช้ DMSO เป็นตัวทำละลาย (ความเข้มข้น 1 mg / ml)
2. เตรียมสารละลาย SnCl2 + 0.9% NaCl saline solution
3. ผสมสารละลาย Flavonoids (Quercetin,Quercitin,Rutin) 500 µL (1 mg / ml) กับ SnCl2 + 0.9% NaCl saline solution 30 µL และสารละลายฟอสเฟตบัฟเฟอร์ 200 µL โดยผสมในขวดแก้วขนาด 5 มิลลิลิตร
4. เติม Na 99mTcO4-ปริมาณ 150 µL (~3.79 *108 Bq) ในสารละลายดังกล่าว
5. ผสมให้เข้ากันและเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 30 นาที
6.ตรวจสอบ99mTc- Flavonoids(Quercetin,Quercitin,Rutin) complex โดยใช้ thin layer chromatography(TLC)
7. ใช้กระดาษกรอง whatman เป็น fixed phase และใช้สารละลาย 0.9% NaCl saline ใช้เป็น mobile phase
8. 99mTc- Flavonoids(Quercetin,Quercitin,Rutin) complex จะไม่เคลื่อนที่และยังอยู่ที่จุด origin แต่ 99mTcO4- จะเคลื่อนที่ไปอยู่ด้านบนของแถบ
9. Flavonoids(Quercetin,Quercitin,Rutin) ที่อยู่ในรูปอิสระจะเคลื่อนที่ไปอยู่ด้านบนของแถบกับสารละลายที่มีขั้ว (ในที่นี้ใช้ 0.9% NaCl saline solution)
10. แต่ metal-complexes ของ Flavonoids(Quercetin,Quercitin,Rutin) ยังคงอยู่ที่จุด origin และไม่เคลื่อนที่
11. สีเหลือง-เขียวของ Flavonoids(Quercetin,Quercitin,Rutin) สังเกตเห็นได้ง่ายที่จุด origin ซึ่งแสดงให้เห็นคอมเพล็กซ์ระหว่าง Flavonoids(Quercetin,Quercitin,Rutin) กับเทคนีเชียม
13. ตัดแถบ Thin layer chromatography (whatman) แบ่งเป็นสองส่วนความยาวเท่าๆกัน แล้วนำไปวัดกัมมันตภาพรังสีด้วยเครื่อง Dose calibrator
14. นำค่าที่ได้ไปหาค่าเปอร์เซ็นต์ Free 99mTcO-4 แล้วบันทึกผล
15. ทำการทดลองซ้ำจำนวนสามครั้งเพื่อหาความแปรปรวน
♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖
ความเสถียรของ99mTc- Flavonoids
(Quercetin,
Quercetrin and Rutin) complex
ใน phosphate buffer saline(PBS)
ความเสถียรของ 99mTc-Fla complex ถูกกำหนดโดยระยะเวลาที่ใช้ในการบ่มสารละลายใน phosphate buffer
saline
เวลาที่แตกต่างกัน คือ 1, 2, 4, และ 8 ชั่วโมง โดยเติมสารละลาย 99mTc-Fla complex ปริมาณ 100 µL ใน phosphate
buffer saline(PBS) 1 มิลลิลิตร แล้วนำส่วนผสมที่ได้นี้ปริมาณ 10 µL ไปหยดใส่แถบ Paper chromatography แล้วหาค่า
เปอร์เซ็นต์เยลด์ของ 99mTc-Fla complex กับ Free 99mTcO-4
♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖
ผลการทดลอง
ผลจากการทำ Paper
Chromatography พบว่าประสิทธิ์ภาพในการจับกันของ99mTc- Flavonoids
(Quercetin, Quercetrin and Rutin)
complex
โดยวัดหลังจากผสมสารแล้วทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 30 นาที
โดยแบ่งออกเป็น
1.การวัดประสิทธิภาพการจับกันของ 99mTc-quercetin complex ด้วย
1.1 เครื่อง Dose
calibrator
กราฟแสดงความเสถียรของ
99mTc-quercetin ใน
phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ
ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Dose calibrator
-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับ
65%
-ที่เวลา
1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 45% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range)
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา
2
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นจากเวลา 1 ชั่วโมงประมาณ 25 % ทำให้มีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่
70%
-ที่เวลา
4
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 55%
-ที่เวลา
8
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 40%
-ที่เวลา
8
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 40%
-ที่เวลา
12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 55%
-และที่เวลา
24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 50%
1.2 เครื่อง Single
Probe
กราฟแสดงความเสถียรของ
99mTc-quercetin ใน
phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ
ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Single Probe
-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับประมาณ
75%
-ที่เวลา
1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 40% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range)
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา
2
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 75%
-ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ
50%
-ที่เวลา
8
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 25%
-ที่เวลา
12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 60%
-และที่เวลา
24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 55%
2.3 เครื่อง Survey
meter
3.3 เครื่อง Survey
meter
1.3 เครื่อง Survey meter
ภาพที่แสดงความเสถียรของ 99mTc-quercetin ใน
phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ
ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Survey meter
-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับมากกว่า
80% แต่ไม่ถึง 85%
-ที่เวลา
1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 45% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range)
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา
2
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 75%
-ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับ
50%
-ที่เวลา
8
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมากจนถึงระดับ 15%
-ที่เวลา
12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 35%
-และที่เวลา
24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับมากกว่า 45% แต่ไม่เกิน 50%
2. การวัดประสิทธิภาพการจับกันของ 99mTc-quercetrin
complex ด้วย
2.1 เครื่อง Dose
calibrator
ภาพที่แสดงความเสถียรของ 99mTc-quercetrin ใน
phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ
ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Survey meter
-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับ
80%
-ที่เวลา
1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 55% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range)
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา
2
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเท่าเดิมคือประมาณ 55%
-ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ
60%
-ที่เวลา
8
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75%
-ที่เวลา
12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 65%
-และที่เวลา
24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 50%
2.2 เครื่อง Single
Probe
ภาพที่แสดงความเสถียรของ 99mTc-quercetrin ใน
phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ
ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Single Probe
-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับ
80%
-ที่เวลา
1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 55% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range)
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา
2
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเท่าเดิมคือประมาณ 55%
-ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ
60%
-ที่เวลา
8
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75%
-ที่เวลา
12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 65%
-และที่เวลา
24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 50%
ภาพที่แสดงความเสถียรของ 99mTc-quercetrin ใน phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Survey meter
-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับ
80%
-ที่เวลา
1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 55% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range)
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา
2
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเท่าเดิมคือประมาณ 55%
-ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ
60%
-ที่เวลา
8
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75%
-ที่เวลา
12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 65%
-และที่เวลา
24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 50%
3.
การวัดประสิทธิภาพการจับกันของ
99mTc-rutin complex ด้วย
3.1 เครื่อง Dose calibrator
ภาพที่แสดงความเสถียรของ 99mTc-rutin ใน
phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ
ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Dose calibrator
-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับ
80%
-ที่เวลา
1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 55% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range)
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา
2
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเท่าเดิมคือประมาณ 55%
-ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ
60%
-ที่เวลา
8
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75%
-ที่เวลา
12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 65%
-และที่เวลา
24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 50%
3.2 เครื่อง Single
Probe
ภาพที่แสดงความเสถียรของ 99mTc-rutin ใน
phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ
ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Single Probe
-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับ
80%
-ที่เวลา
1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 55% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range)
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา
2
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเท่าเดิมคือประมาณ 55%
-ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ
60%
-ที่เวลา
8
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75%
-ที่เวลา
12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 65%
-และที่เวลา 24
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 50%
ภาพที่แสดงความเสถียรของ 99mTc-rutin ใน
phosphate buffered saline ณ เวลาต่างๆ
ที่นับวัดค่ากัมมันตภาพรังสีโดยเครื่อง Survey meter
-ที่เวลาเริ่มต้นมีประสิทธิภาพในการจับอยู่ที่ระดับ
80%
-ที่เวลา
1 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลือประมาณ 55% และช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน(error range)
ของข้อมูลมีค่าสูงที่สุด
-ที่เวลา
2
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับมีค่าเท่าเดิมคือประมาณ 55%
-ที่เวลา 4 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ
60%
-ที่เวลา
8
ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75%
-ที่เวลา
12 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 65%
-และที่เวลา
24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพในการจับลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 50%
สรุปผลการทดลอง
•ผลจากการทำ Paper chromatography แสดงให้เห็นว่าสารเภสัชรังสีที่เตรียมขึ้นทั้งสามชนิด
มีเปอร์เซ็นต์การจับต่ำกว่า 90% และมีค่าช่วงหรือพิสัยความคลาดเคลื่อน (error range) ของข้อมูลมีค่าค่อนข้างสูง
ความเสถียรของการจับกันมีค่าลดลงเมื่อเวลามากขึ้น
•และเมื่อนำคอมเพล็กซ์ทั้งสามมาวัดค่าการดูดกลืนแสงด้วยเครื่อง
Spectrophotometer ได้เสปกตรัมเหมือนกับสารตั้งต้น
แต่พบว่ามีค่าการดูดกลืนแสงน้อยกว่า ทำให้สามารถอธิบายได้ว่าสารกลุ่ม Flavonoids (Quercetin, Quercetrin and Rutin) สามารถเกิดคอมเพล็กซ์กับ 99mTc ได้จริง
•เทคนิเตียมที่จับกับสารกลุ่มฟลาโวนอยด์(เคอซิติน เคอซิตริน และรูติน)จะหลุดออกจากกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเวลานานขึ้น
•สารมีการจับกันคอนข้างดีที่เวลา
2 ชม.หลังจากเตรียมสารเสร็จสำหรับเคอซิติน 8 ชม. สำหรับเคอซิตริน และที่เวลาเริ่มต้น
(t=0)สำหรับรูติน
♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ ♟♔ ♕ ♖
อภิปรายผลการทดลอง
•การที่สารกลุ่มฟลาโวนอยด์สามารถหลุดออกจากเทคนิเตียมได้
นำไปสู่แนวคิดที่จะใช้สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ไปร่วมรักษากับการให้ยาเคมีบำบัด
•เราสามารถติดสารที่จำเพาะต่ออวัยวะเข้ากับเทคนิเตียมฟลาโวนอยด์คอมเพล็กซ์เพื่อให้เข้าไปร่วมรักษากับการให้
ยาเคมีบำบัด กับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งได้
•โดยสารกลุ่มฟลาโวนอยด์จะหลุดออกจากเทคนิเตียมแล้วไปอยู่ในเซลล์มะเร็ง
ทำให้เซลล์มะเร็งที่ปั้มยาออกจากเซลล์ปั้มยาออกไม่ได้
ทำให้การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดได้ผลดียิ่งขึ้น



.jpg)


























ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น